วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

บทที่ ๗ ศีลข้อกาเมสุมิฉาจาร(ตอนที่ ๒)



เพิ่มคำอธิบายภาพ
ทรงพาพระนันทะไปชมนางฟ้า พระนันทะใคร่จะได้เป็นชายา ทรงรับรองจะให้สมหวัง
ผู้วาดภาพประกอบ : กฤษณะ สุริยกานต์
 
ความจริงยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกเขียนเอาไว้ในเรื่องของกามโดยพิสดาร  แต่แล้วก็เปลี่ยนใจนำมาลงด้วยกัน  โดยต่อท้ายตรงนี้ซึ่งเนื้อเรื่องอาจจะซ้ำกันบ้าง  ก็ไม่เป็นไรเหมือนการตอกย้ำให้มีความเข้าใจยิ่งขึ้น
          กาเมสุมิจฉาจาร   เว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย  คำว่า  กามทั้งหลายได้แก่  กริยาที่รักใคร่กันในทางประเวณี  การเสพเมถุน
          การผิดในกาม  หมายถึง  การเสพเมถุนกับคนที่ต้องห้ามมีดังนี้
          สำหรับชาย  หญิงต้องห้ามสำหรับชายมี    ประเภท คือ
๑.  สัสสามิกา  หญิงมีสามีที่เรียกว่า  ภรรยาท่านได้แก่หญิง    จำพวก คือ
ก.   หญิงที่แต่งงานกับชายแล้ว
ข.   หญิงที่ไม่ได้แต่งงานแต่อยู่กับชายอย่างเปิดเผย
ค.   หญิงที่รับสิ่งของมีทรัพย์เป็นต้นของชายแล้วยอมอยู่กับเขา
ง.    หญิงที่ชายเลี้ยงเป็นภรรยา
๒. ญาติรักขิตา  หญิงที่ญาติรักษา คือ ผู้ปกครอง  ไม่เป็นอิสระแก่ตน เรียกว่า  หญิงอยู่ในพิทักษ์รักษาของท่าน คือ  หญิงที่มารดาบิดารักษาหรือญาติรักษา
๓.  ธรรมรักษา  หรือจาริตา  หญิงที่จารีตรักษาที่เรียกว่า  จารีตห้ามได้แก่  หญิงที่เป็นเทือกเถาเหล่ากอ
ก.   เทือกเถา  คือญาติผู้ใหญ่  นับย้อนขึ้นไป ๓ ชั้นมี ย่า ทวด ยายทวด ๑  ย่ายาย ๑ แม่ ๑  เหล่ากอ คือผู้ที่สืบสายจากตนลงไป ๓ ชั้น มีลูก ๑  หลาน ๑  เหลน ๑
ข.   หญิงที่อยู่ในพระบัญญัติในพระศาสนาอันห้ามสังวาสกับชาย เช่น ภิกษุณีในกาลก่อน หรือแม่ชีในสมัยนี้
ค.   หญิงที่บ้านเมืองห้าม  เช่น  แม่หม้ายงานท่าน  อันมีในกฎหมาย
               หญิง    จำพวกนี้  จะมีฉันทะร่วมกันหรือไม่ร่วมกันไม่เป็นประมาณ  ชายร่วมสังวาสด้วยก็เป็น  กาเมสุมิจฉาจาร
            หญิงที่เป็นวัตถุต้องห้ามของชาย โดยพิสดารมี  ๒๐  จำพวก
  ๑. มาตุรักขิตา  หญิงที่มารดารักษา
  ๒. ปิตุรักขิตา  หญิงที่บิดารักษา
  ๓. มาตาปิตุรักขิตา  หญิงที่มารดาบิดารักษา
  ๔. หญิงที่พี่ชายน้องชายรักษา
  ๕. ญิงที่พี่สาวน้องสาวรักษา
  ๖. หญิงที่ญาติรักษา
  ๗. หญิงที่โคตรหรือแซ่รักษา
  ๘. หญิงมีธรรมรักษา
  ๙. หญิงมีสามีรักษา
๑๐. หญิงมีสินไหม คือ พระราชาทรงรักษา
๑๑. หญิงที่ชายไถ่หรือซื้อมาด้วยทรัพย์เพื่อเป็นภรรยา
๑๒. หญิงที่อยู่กับชายด้วยความรักใคร่ชอบใจกันเอง
๑๓. หญิงที่อยู่เป็นภรรยาชายด้วยโภคทรัพย์
๑๔. หญิงที่เข็ญใจ  ได้สักว่าผ้านุ่งห่ม  ผ้าห่มแล้วอยู่เป็นภรรยา
      ๑๕. หญิงที่ชายขอเป็นภรรยา  มีผู้ใหญ่จัดการให้
      ๑๖. หญิงที่ชายปลงภาระอันหนักให้แล้วยอมเป็นภรรยา
      ๑๗. หญิงที่เป็นทาสีอยู่ก่อน  แล้วชายเอาเป็นภรรยา
      ๑๘. หญิงที่รับจ้างแล้ว ชายเอาเป็นภรรยา
      ๑๙. หญิงที่ชายรบข้าศึกได้เป็นเชลยแล้วเอาเป็นภรรยา
      ๒๐. หญิงที่ชายอยู่ด้วยขณะหนึ่งและหญิงนั้นก็เข้าใจว่าชายนั้นเป็นสามีของตน
                สำหรับหญิง   ชายต้องห้ามสำหรับหญิงมี    ประเภท  คือ
๑.   ชายอื่นนอกจากสามี  เป็นวัตถุต้องห้ามสำหรับหญิงที่มีสามีแล้ว
๒. ชายที่จารีตห้าม  เป็นวัตถุต้องห้ามสำหรับหญิงทั้งปวง
ชายที่จารีตห้ามมี    ประเภท คือ
๑.   ชายที่อยู่ในพิทักษ์ของตระกูล  เช่น  พ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา ปู่  ย่า  ตา  ทวด
๒.  ชายที่อยู่ในพิทักษ์รักษาของธรรมเนียม เช่น  นักพรต  นักบวช
๓.   ชายที่กฎหมายบ้านเมืองห้าม เช่น  พระภิกษุ  สามเณร
หญิงที่ไม่เป็นวัตถุกาเมฯ ของชายมี    ประเภท คือ
๑.   หญิงไม่มีสามี
๒.  หญิงที่ไม่อยู่ในพิทักษ์รักษาของท่าน
๓.  หญิงที่จารีตไม่ห้าม
๔.  หญิงที่เป็นภรรยาของตน
ชายที่ไม่เป็นวัตถุแห่งกาเมฯ  ของหญิงมี ๔ ประเภท คือ
๑.   ชายที่ไม่มีภรรยา
๒.  ชายที่จารีตไม่ห้าม
๓.   สามีของตน
๔.   ชายที่ทำโดยพลการพ้นอำนาจของหญิง (ชายที่มาข่มขืน )
หลักวินิจฉัยกาเมสุมิจฉาจารมีองค์    คือ
๑. อคมนียวัตถุ  วัตถุอันไม่ควรถึง  (มรรคทั้ง ๓ )
     ๒. ตัสมิง  เสวนจิตตัง  จิตคิดจะเสพในวัตถุอันไม่ควรถึงนั้น
     ๓. เสวนัปปโยค  ทำความพยายามในอันที่จะเสพ
     ๔. มัคเคนมัคคัปปฏิบัตติ  มรรคต่อมรรคถึงกัน
ในเรื่องกาเมสุมิจฉาจารนี้  ผู้ที่เสพเองเท่านั้นจึงจะชื่อว่า ล่วงกาเมสุมิจฉาจาร  ส่วนใช้คนอื่นให้ทำแก่คนอื่นนั้นไม่เป็นการผิดกาเมฯ  แต่การใช้ให้คนอื่นทำกาเมฯแก่ตนนั้น ชื่อว่าเป็นการล่วงกาเมฯ โดยแท้
ความโดยพิสดารนี้เป็นของเก่ามีมานาน  การตีความหรือวินิจฉัยอาจจะแตกต่างกันไป  แต่ข้าพเจ้าพยายามให้เข้าใจมากที่สุดเพื่อนำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง
หญิงที่รับสิ่งของมีทรัพย์เป็นต้น  หญิงที่อยู่เป็นภรรยาด้วยโภคทรัพย์  หญิงที่เข็ญใจได้สักแต่ว่าผ้านุ่งห่มแล้วอยู่เป็นภรรยา  หมายถึงหญิงที่อยู่ตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้องใดๆ  หรือญาติพี่น้องขับไล่ตัดญาติขาดมิตร  ซึ่งคนอินเดียในสมัยพุทธกาลยากจนแร้นแค้นมีมาก  ต้องเจอชะตากรรมลำบากหลายอย่าง  เป็นคนใช้  เป็นขอทานหรือขายตัวเป็นทาสก็มี  ดังนั้นเมื่อมีชายใดมาชอบพอหญิงผู้นั้นแล้วปลงภาระยอมชดใช้หนี้สิน  หรือการให้ข้าวของเครื่องใช้  เพื่อต้องการนางมาเป็นภรรยาของตนก็อยู่ในหลักนี้
หญิงที่เป็นทาสีอยู่ก่อนแล้วชายเอามาเป็นภรรยา  หมายถึงทาสหรือคนใช้ที่ยอมขายตัวเองเป็นคนรับใช้แล้วเจ้านายเกิดความชื่นชอบยกย่องให้เป็นภรรยา
หญิงที่ชายรบข้าศึกได้เป็นเชลยแล้วเอาเป็นภรรยา  ข้อนี้อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต  แต่ถ้าชายนั้นเอาเชลยหญิงไปข่มเหงล่วงเกินแล้วทอดทิ้ง  อันนี้ผิดศีลข้อกาเมฯ
หญิงที่ชายอยู่ด้วยขณะหนึ่งและหญิงนั้นก็เข้าใจว่าชายนั้นเป็นสามีของตน  หมายถึงชายหญิงอยู่ด้วยกันโดยการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ทำให้หญิงนั้นเข้าใจว่าชายนั้นน่าจะเป็นสามีของตน คือต้องเป็นผู้หญิงกำพร้าไม่มีญาติ
หญิงที่รับจ้างแล้วชายเอาเป็นภรรยา  ก็คือหญิงงามเมืองหรือหญิงโสเภณีที่ผู้ชายถูกใจแล้วเอามาเป็นภรรยา  ซึ่งอาจจะมีการจ่ายทรัพย์ไถ่ตัวมาแล้วแต่กรณี
หญิงมีสินไหม  คือพระราชาทรงรักษา ก็อย่างพวกนางสนมนางกำนัลทั้งหลาย
ข้ออื่นๆก็ไม่มีอะไรเกินความเข้าใจ  หลักสำคัญอยู่ที่ว่า  หญิงนั้นมีบิดามารดา ญาติพี่น้องรักษาอยู่หรือไม่  ให้ถือมารดาบิดาเป็นใหญ่  จะเป็นความเห็นชอบของคนใดคนหนึ่งไม่ได้ต้องเห็นพ้องต้องกันทั้งบิดาและมารดา  ถ้ามารดาบิดาไม่มีก็ต้องเห็นตามพี่ชายน้องชาย  ถ้าพี่ชายน้องชายไม่มี  ก็ต้องเห็นตามพี่สาวน้องสาว  พี่สาวน้องสาวไม่มีก็ต้องเห็นตามญาติผู้ใหญ่นับย้อนขึ้นไป ๓ ชั้น
ความที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ซึ้งถึงศีลข้อนี้  ขาดความรู้ความเข้าใจ แม้แต่ผู้ที่ถ่ายทอดไม่สามารถอธิบายความได้ถูกต้อง ทำให้มีคนทำผิดศีลข้อนี้มากขึ้น  โดยเฉพาะความสำคัญผิด  ในทางพุทธศาสนา  หญิงใดอยู่ในความปกครองดูแลของบิดามารดา  ญาติพี่น้อง ( ให้ถือตามลำดับ ) ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ จะแต่งงานก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากบุคคลเหล่านั้นเสียก่อน
ถ้าไปใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านตัวคนเดียว  จะแต่งงานก็ต้องให้ญาติยินยอมเสียก่อน แต่ถ้ามารดาบิดา  พี่น้องชายหญิง  ปู่ ย่า ตา ทวด ไม่มี  มีแต่ลุงป้าน้าอาที่ดูแลกันอยู่ก็เท่ากับมีญาติรักษา  แต่ถ้าคนเหล่านั้นไม่เคยดูแลไม่จัดอยู่ในญาติรักษา  จะแต่งงานกับใครไม่ต้องขอความเห็นชอบ  แต่ให้บอกกล่าวให้รับรู้เท่านั้น
เรื่องของพี่น้องโดยเฉพาะ ถ้าไม่มีบิดามารดาและพี่แล้ว ทำไมต้องให้น้องเห็นชอบด้วยเพราะว่าชายผู้นั้นไม่ให้การอุปการะ  ไม่ให้การศึกษา  ไม่ให้สิ่งของที่สมควรให้  อันให้เกิดความเสื่อมเสียต่อน้องหรือญาติผู้ใหญ่  ทำให้เสื่อมเสียวงศ์ตระกูล  ถูกผู้อื่นดูถูกเพราะสามีไม่ดีไม่มีความรับผิดชอบ
การที่ยังไม่ได้แต่งงานโดยความเห็นชอบของผู้ใหญ่แล้วมีการล่วงละเมิดทางเพศกัน เท่ากับทำผิดศีลกาเมฯทั้งนั้น  คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าถ้าอายุครบ  ๑๘  ปีบริบูรณ์แล้วมีเพศสัมพันธ์โดยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย  ตามกฎหมายไม่ผิดก็จริงอยู่  แต่หญิงส่วนใหญ่อยู่ในความปกครองของมารดาบิดาและญาติ  ก็ไม่พ้นที่จะทำผิดศีลกาเมฯ
พ่อแม่เลี้ยงลูกมาด้วยความลำบาก  พ่อแม่มีพระคุณอันยิ่งใหญ่  ตามคำพรรณนาหาที่เปรียบไม่ได้  จู่ๆลูกสาวก็ไปยอมเป็นของชายอื่น  ทั้งคู่ทำผิดข้อกาเมฯ  โดยจะบอกว่าลูกโตแล้วหาเงินได้เองแล้ว  ก็ไม่ได้เป็นข้ออ้างที่จะทำให้ไม่ผิดศีล
ถ้าลูกเปรียบแก้วตาดวงใจของพ่อแม่  เมื่อมีใครมาทำให้แก้วตาดวงใจต้องมลทิน  พ่อแม่พี่น้องย่อมเศร้าโศกเสียใจเป็นยิ่งนัก  ของรักของหวงถูกขโมยหรือถูกทำลายชำรุดหักพัง  ก็ย่อมเสียใจอยู่แล้ว  แต่นี่เป็นลูกใครบ้างจะไม่เสียใจ  อย่างนี้แล้วจะไม่เป็นการทำผิดศีลได้อย่างไรกัน
เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคนส่วนใหญ่  จึงสอนกันมาผิดๆ มีลูกสาวก็สอนให้รักนวลสงวนตัว  แต่อธิบายไม่ถูกอธิบายไม่เป็น  มีลูกชายจะออกจากบ้านบอกให้ระวังโรคเอดส์  ให้พกถุงยางอนามัย  แต่ไม่รู้จักสอนเรื่องของศีลธรรม  บางครั้งยังชมเชยลูกเสียอีก  ทำอะไรให้รู้จักป้องกันและอย่าทำให้ผู้หญิงจับได้  นั่นแหละสอนลูกให้ตกนรกโดยไม่รู้ตัว
การสอนที่จะให้ได้ผลจริงจัง ก็ต้องสอนให้รู้จักละอายและเกรงกลัวต่อบาปก่อน  เช่นเมื่อทำบาปอะไรแล้วจะได้รับผลกรรมอย่างไรบ้าง  มีอะไรที่เป็นบาปบ้าง  ศีล ๕ รักษาได้ยากแต่ก็ต้องพยายาม  เมื่อจิตเข้าถึงธรรมจริงๆแล้ว  ศีลก็จะค่อยๆบริสุทธิ์ขึ้นเอง  ศีลข้อกาเมฯทำผิดกันมากก็เพราะไม่รู้ว่าเป็นความผิด
ฉะนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองก็ควรจะสอนในสิ่งที่ถูกต้องให้  แม้ลูกเองก็ต้องเข้าใจศีลข้อกาเมฯนี้ดีแล้ว ก็สามารถที่จะเตือนพ่อแม่ที่กำลังหลงทำผิดหรือทำผิดอยู่ก็ให้ละเสียบาปกรรมจะได้ลดน้อยลง ไม่ใช่เฉพาะศีลข้อนี้แม้ข้ออื่นก็เช่นกัน
พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตะวันเมืองสาวัตถี  ได้ตรัสถึงการตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ที่ได้ผลอย่างแท้จริง  และถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนาไว้ดังนี้
ภิกษุทั้งหลาย  บุตรยกมารดาบิดาขึ้นวางไว้บนบ่าทั้งสองข้างปฏิบัติท่านทั้งสองด้วยการอบกลิ่น  นวด อาบน้ำ  ท่านทั้งสองได้ถ่ายอุจจาระและปัสสาวะอยู่บนบ่าบุตรนั้นตลอดร้อยปี  แม้อย่างนั้นก็ยังไม่ชื่อว่าตอบแทนคุณของมารดาบิดา  ได้เลย
ภิกษุทั้งหลาย  อีกประการหนึ่งบุตรพึงสถาปนามารดาบิดาไว้ในราชสมบัติในแผ่นดินใหญ่มีแก้ว ๗ ประการ แม้อย่างนั้น  ก็ยังไม่ได้ชื่อว่าบุตรได้ตอบแทนคุณของมารดาบิดาได้เลย  เพราะว่า มารดาบิดามีอุปการะมาก  บำรุงเลี้ยง  แสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย
ส่วนบุตรคนใด ทำมารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธาให้มีศรัทธามั่นคง  ทำมารดาบิดาผู้ทุศีลให้ตั้งมั่นอยู่ในศีล  ทำมารดาบิดาผู้มีความตระหนี่ให้มีการบริจาคทานเป็นนิจ  ทำมารดาบิดาผู้ไม่มีปัญญาให้มีปัญญาเป็นเครื่องนำทางที่ถูกต้องได้
ภิกษุทั้งหลาย  ด้วยเหตุการณ์ตอบแทน    ประการนี้  ชื่อว่าบุตรได้ตอบแทนพระคุณของมารดาบิดาแล้ว  ( ปฐมปัณณาสก์  ๒๐/๗๐ )
จูบนรก คือจูบแล้วมีสิทธิ์ตกนรก
กลับมาดูหลักวินิจฉัยกาเมฯกันก่อน  คำว่ามรรคต่อมรรคถึงกัน  มรรคทั้ง ๓ ก็มีทางปาก  ทางทวารเบา ( ช่องคลอด )  ทางทวารหนัก  โดยเฉพาะทางปากที่คนส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจจึงเลียนแบบต่างชาติแล้วคิดว่าไม่มีอะไรผิด  ถ้าเป็นการประกบปากกันธรรมดาก็ไม่มีอะไร แต่ถ้ามีการล่วงล้ำเข้าไปในปากโดยอาศัยลิ้น ก็จะเป็นการใช้มรรคถึงกัน
เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าหลังจากนั้นจะมีอะไรเกิดขึ้นตามมา  เพราะถ้าใครคนใดคนหนึ่งเกิดติดเชื้อโรคร้ายแรง  แล้วเชื้อโรคนั้นสามารถถ่ายทอดกันได้ทางน้ำลาย  อย่างไวรัสตับอักเสบที่ติดต่อกันได้ทางน้ำลาย  และโดยเฉพาะผู้มีแผลที่ปากทำให้ติดเชื้อได้ง่าย  ก็จะเป็นการทำร้ายผู้อื่นและครอบครัวของเขา  เราต้องคิดถึงผลกระทบที่ตามมาแล้วจะทำให้เราไม่กล้าทำผิด  แต่ถ้าคิดถึงความสนุกหรือความสุขเล็กๆน้อยๆแล้วกระทำความผิดไปโดยคิดว่าไม่เป็นไรคนอื่นเขาก็ทำกันไม่เห็นผิดตรงไหนบาปจะสักเท่าไหร่กัน  เพราะคนส่วนใหญ่คิดกันอย่างนี้จึงพากันตกนรกอย่างที่กล่าวไว้ว่า  คนไปสวรรค์เท่ากับเขาโค  คนไปนรกเท่ากับขนโค  ซึ่งต่างกันอย่างมาก
สำหรับผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เคยถูกจูบมาก่อน ประสบการณ์แรกขณะที่ถูกจูบก็จะแตกต่างกันไป  บางคนถึงกับเหม่อลอยเพราะกำลังทบทวนรสชาติความรู้สึกจากการจูบครั้งแรก  บางคนกลับไปแล้วยังนอนครุ่นคิดจินตนาการต่อไปไม่รู้จักเบื่อ  บางคนถูกเรียกไม่ได้ยินคล้ายคนขาดสติ  บ้างก็ลุ่มหลงไม่เป็นอันจะทำอะไร  ให้เสียการเสียงาน  มีบ้างที่ขาดสติไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้  สุดท้ายต้องมีเพศสัมพันธ์กัน  บางคนก็สามารถคุมสติได้ไม่ยอมให้มีการล่วงเกินกันต่อไป
ผู้หญิงเมื่อถูกจูบแล้วเหมือนสูญเสียอะไรไปบางอย่าง  ตกอยู่ในอำนาจของกิเลสและตัณหา  เมื่อเป็นดังนั้นย่อมก่อให้เกิดความหวงแหน  การแย่งชิง  การทำร้าย  ที่สุดถึงกับฆ่ากัน  มันมีอานุภาพยิ่งใหญ่จริงๆ  เมื่อรสสัมผัสได้เกิดขึ้นแล้ว  จินตนาการต่างๆก็ไหลพรั่งพรูเข้ามาในสมอง  เกิดความคิดที่จะได้ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว  จะมีการป้องกันไม่ให้ผู้อื่นมายุ่งเกี่ยว  จะทะเลาะกันเพราะความหึงหวง  จะใช้ความรักบีบบังคับให้ตามใจตัวเอง  จะโกรธแค้นเมื่อมีผู้อื่นมาตักเตือนว่ากล่าว  จะหงุดหงิดเมื่อไม่ได้ดังใจ  จะโกหกเพราะกลัวจะสูญเสีย  จะก้าวร้าวเพราะพ่อแม่ไม่เห็นด้วย  จะหดหู่เศร้าใจเมื่อไม่ได้เห็นหน้า  จะชิงชังเพราะถูกทรยศ  จะเสียจริตเพราะลุ่มหลง ฯลฯ
ประวัติสงครามการสู้รบทั้งหลาย  ส่วนหนึ่งเกิดจากการแก่งแย่งผู้หญิง  ชิงรักหักสวาท  ฆ่าล้างทำลายก่อเกิดสงคราม  ความรักที่เกิดจากหลงผิดมักให้เกิดความทุกข์ตามมา
คราวนี้ลองมาเปรียบเรื่องของขโมยคนหนึ่งเข้าไปในบริเวณบ้าน  แต่ได้ยินหมาเห่า  คนในบ้านออกมาดูพร้อมกับอาวุธ  ขโมยผู้นั้นเห็นเข้าตกใจกลัวจึงรีบหลบหนีไป  การกระทำของขโมยคนนี้มีความผิดแล้วถึงแม้จะยังไม่ได้ขโมยของหรือทำร้ายผู้ใด  แต่ก็ได้มีการบุกรุกเข้าไปเจตนาที่จะลักทรัพย์ก็ถือว่ามีความผิด  ก็เช่นเดียวกับการจูบที่ใช้ลิ้นสัมผัสกัน  กรรมอาจจะไม่หนักนักแต่ก็ได้เริ่มต้นสร้างกรรมไว้ รอแต่เหตุและปัจจัยอื่นมากระตุ้นให้ทำกรรมหนักเพิ่มไปอีก  ยิ่งทำบ่อยครั้งกรรมก็สะสมไปเรื่อย
หรือเปรียบเทียบกับศีลข้อที่หนึ่ง  การยิงนกตกปลา  ฆ่าเป็ดฆ่าไก่ นำมาเป็นอาหาร  หรือการกีฬา ไม่มีความผิดทางโลก  แต่ในทางธรรมผิดศีลมีความจงใจฆ่าสัตว์ตัดชีวิต  เช่นเดียวกับการจูบที่ใช้ลิ้นสัมผัสกัน  ตามเหตุผลที่ยกมาข้างต้น
คนเรามักคิดเข้าข้างตัวเองเสมอ  ข้อนี้แล้วแต่ความคิดของแต่ละบุคคล  ข้าพเจ้าเพียงชี้ให้เห็นโทษเท่านั้น  ถึงแม้จะเล็กน้อยตามความคิดของท่าน  แต่สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมแล้วไม่ควรมองข้ามแม้ความผิดเล็กน้อย  ยาพิษเพียงหยดเดียวก็สามารถฆ่าคนให้ตายได้  ไม่ควรประมาท
ตัณหามีสิ่งที่เป็นที่รักที่ชอบใจเป็นเหตุ  เพราะอาศัยการรักใคร่และพึงใจจึงเกิดการพะวง  เพราะอาศัยการพะวงจึงเกิดการยึดถือ  เพราะอาศัยการยึดถือจึงความตระหนี่  เพราะอาศัยความตระหนี่จึงเกิดการป้องกัน  เพราะอาศัยการป้องกันจึงเกิดเรื่องในการป้องกันขึ้นคือ  การทะเลาะ  การแก่งแย่ง  การวิวาท  การพูดจาส่อเสียด  การพูดเท็จย่อมเกิดขึ้น  ถ้าการป้องกันมิได้เกิดแก่ใครในภพไหนๆ  อกุศลกรรมทั้งหลายมีการทะเลาะตบตี  เป็นต้น  ก็จะไม่บังเกิด  การที่เห็นรูป คือความสวยงาม  ความยั่วยวนเป็นปัจจัยให้อยากสัมผัส  เมื่อสัมผัสแล้วก็จินตนาการ  ที่อยากจะร่วมรักร่วมใคร่  เพราะเหตุนั้นเป็นปัจจัยแห่งการสัมผัสก็คือ รูป
สัตว์ทั้งหลายที่กำหนัดยินดีในรูป  เมื่อกำหนัดแล้วเกิดความเร่าร้อน  ย่อมหาวิธีต่างๆเพื่อให้ได้มา  เพื่อดับความเร่าร้อนคือตัณหานั้นเสีย  อย่างกรณีผู้รุมโทรมหญิง พวกขาดการอบรมศีลธรรมที่ดี  โดยเฉพาะพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่ขาดการเอาใจใส่  ครอบครัวขาดความอบอุ่น  ปัญหาของสังคมจึงยังคงมีอยู่ตลอด
เวลาพ่อแม่สอนลูกต้องให้เข้าใจเรื่องบุญและบาป  เมื่อทำไปแล้วจะส่งผลอย่างไรต่อชีวิตของเราก่อน  คนเราถ้าไม่กลัวบาปแล้วก็สามารถทำอะไรผิดๆได้ทุกอย่าง  น่าสงสารพ่อแม่ทั้งหลายที่ส่วนใหญ่มักจะสอนให้ลูกๆเป็นคนเก่ง  คนมีชื่อเสียง ทำอย่างไรจึงจะหาเงินมาได้มากๆ  แต่ขาดการอบรมศีลธรรมที่ดีให้  พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักละอายและเกรงกลัวต่อบาป  เมื่อทำบาปแล้วจะต้องตกนรก  นรกเป็นอย่างไรก็หาภาพนรกมาให้ดูหรือพาลูกไปที่วัดที่มีรูปนรกและสวรรค์  การตกนรกเป็นอย่างไรเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสแค่ไหนไม่มีอะไรมาเปรียบเทียบได้  ถ้าลูกยังเล็กอยู่ก็ลองตีที่มือลูกพอให้รู้ว่าเจ็บ ให้อยู่ในที่เฉพาะไม่สามารถไปไหนได้เหมือนทำผิดแล้วถูกลงโทษ ถูกกักขัง  และถามลูกว่าเวลาหมอฉีดยาให้เจ็บแค่ไหน  ในนรกเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าและต้องรับกรรมอยู่อย่างนั้นหลายร้อยล้านปี  พยายามสอนเน้นย้ำเพื่อให้ลูกจำเข้าไปในจิตและรู้สึกกลัวต่อบาปกรรมที่ทำไป  แต่ถ้าทำดีในส่วนของบุญกริยาวัตถุ ๑๐ อันมี ทาน ศีล ภาวนา เป็นต้น จะส่งผลให้ไปเกิดบนสวรรค์  บนสวรรค์มีอะไรบ้างพรรณนาให้ลูกเห็นและอยากจะไปอยู่  จะได้ทำให้ลูกหมั่นทำทาน  รักษาศีล ภาวนา  ที่สำคัญพ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็น เมื่อมีโอกาสก็พาลูกไปวัดทำบุญ  ฟังเทศน์  ปฏิบัติธรรมบ้าง
พ่อแม่นั่งดูทีวีกีบลูก เมื่อเห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็รีบบอกลูกทันทีว่าสิ่งนั้นผิดนะ ผิดอย่างไรก็ค่อยอธิบายให้ลูกฟังจะอธิบายตอนละครจบแล้วก็ได้  เมื่อบ่อยเข้าก็ลองถามลูกบ้าง สิ่งที่เห็นนั้นผิดอย่างไร  ดูว่าลูกมีความเข้าใจหลักธรรมแค่ไหนแล้ว  ทำจนเกิดความรู้จริงและไม่กล้าที่จะทำผิด  อย่างกรณีละครไทยหลายเรื่องที่พระเอกปล้ำนางเอกจนได้เสียกัน  ตอนหลังจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่  แต่การกระทำในตอนแรกนั้นเป็นการทำผิดศีลกาเมฯแล้ว  เพราะนางเอกเขาก็มีพ่อแม่ญาติพี่น้องเหมือนกัน  การที่พระเอกได้ล่วงละเมิดทางเพศแล้วสุดท้ายจะมาขอขมาบ้าง แต่งงานบ้าง  ที่ทำไปก็เพราะความรักความหึงหวง กลัวคนอื่นจะมาแย่งไป  อะไรทำนองนั้น ตามการประพันธ์เรื่องของแต่ละคน  เมื่อทำผิดแล้วก็ผิดเลยจะมาแก้ตัวตอนหลังอย่างไรก็ไม่พ้นผิด  ต่างกรรมต่างวาระ ตอนแรกผิดตอนหลังไม่ผิด  แต่ความผิดตอนแรกก็ทำให้ตกนรกได้
ช่วงเทศกาลงานต่างๆ  จะมีคู่รักพากันเข้าโรงแรมกันมาก  โดยช่วงที่มีวันหยุดหลายวัน  ที่สำคัญคือมีวันทางพระพุทธศาสนาอยู่ ๓ วันเป็นวันพระใหญ่ และยังมีวันลอยกระทงพิเศษเพิ่มมาอีก ๑วัน  ซึ่งเป็นวันพระเช่นกัน  คู่รักหลายๆคู่จะมีการพากันไปทำบุญบ้าง  ไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้าง  เพราะมีวันหยุดหลายวัน มีการนอนค้างอ้างแรมตามสถานที่ต่างๆ  และมีการสมสู่กันจะเป็นคู่รักกันก็ดี จะเป็นสามีภรรยากันก็ดี  ล้วนไม่รู้จักการละเว้น  ที่คนโบราณสอนเอาไว้วันโกนให้ละวันพระให้เว้น  พ่อแม่สมัยใหม่ไม่รู้จักสอนลูก  คนเราไม่ใช่สัตว์เดรัจฉานจึงต้องรู้จักละจักเว้น  สัตว์เดรัจฉานจะสมสู่กันวันไหนก็ได้ถ้ามีความต้องการขึ้นมาเพราะสัตว์เหล่านั้นไม่รู้จักวันโกนวันพระ  สุนัขเองก็สมสู่กันให้เห็นตามริมทางข้างถนนมีออกจะบ่อยไป  แม้สัตว์เดรัจฉานทั้งหลายก็สมสู่กันเองตามธรรมชาติไม่ต้องมีใครไปสอนให้มันทำ   ด้วยเหตุนี้ทำให้สังคมเสื่อมถอยลง  เพราะไม่รู้จักละจักเว้น  ชอบใจหรือพอใจกันก็ลักลอบสมสู่กัน  ไม่สนใจใยดีกับความรู้สึกของพ่อแม่ผู้ปกครอง
เรื่องเพศสัมพันธ์ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย  ถ้าทำถูกต้องทำนองครองธรรม  เพราะเมื่อตัณหาเกิดขึ้นคำว่าแม่หรือลูกก็ไม่มีแล้ว  เมื่อก่อนมีข่าวพ่อข่มขืนลูก  เดี๋ยวนี้มีข่าวลูกข่มขืนแม่เกิดขึ้นจริงมีข่าวออกมาให้เห็นทางทีวีและหนังสือพิมพ์
พระพุทธเจ้าจึงทรงตำหนิเรื่องกาม   กามมีสัมผัสเป็นทุกข์  กามคุณคือเครื่องจองจำ  กามคุณ ๕  คือรูปที่พึงเห็นด้วยตา  น่าปรารถนา   น่าใคร่  น่ารัก  น่าพอใจ  เกี่ยวกับกาม  เป็นที่เกิดแห่งความกำหนัด  แม้เสียง  กลิ่น  รส  และสัมผัส ก็เช่นเดียวกัน  ผู้ใดกำหนัด  สยบ  หมกมุ่น  ไม่แลเห็นโทษ  ไม่มีปัญญาคิดสลัดออก  ย่อมไม่พ้นจากขื่อคาและเครื่องจองจำเหล่านี้ได้ ( เตวิชชสูตร ๙-๔๑๒ )
เหตุที่ทำให้คนเราต้องเวียนว่ายตายเกิดหาที่สุดภพชาติไม่ได้  ก็เนื่องจากกามเป็นเหตุ  พระอริยะบุคคลอย่างพระโสดาบันและพระสกิทาคามี  ก็ยังตัดกามไม่ได้ต้องมาเกิดอีกอย่างมาก ๗ ชาติ  อย่างน้อยหนึ่งชาติ  ส่วนพระอนาคามีตัดกามได้เด็ดขาดไม่ต้องกลับมาเกิดอีก  แต่จะไปสำเร็จอรหันต์บนพรหมโลก  และพระอรหันต์ตัดภพชาติได้หมดสิ้น  ได้ละสังโยชน์ทั้ง ๑๐ ได้  ไม่กลับมาเกิดอีก
การรักษาศีลให้บริสุทธิ์แม้เพียงข้อเดียวก็ส่งผลให้มหาศาล  แต่ถ้ารักษาให้ได้ ๕ ข้อยิ่งดีไปใหญ่  ดังเรื่องของชายหนุ่มผู้หนึ่งมีอาชีพรับจ้างเป็นคนสวนในบ้านของเศรษฐีคนหนึ่ง  เศรษฐีคนนี้ต้องเดินทางไปต่างแดนบ่อยๆ เพื่อติดต่อการค้า  อยู่มาวันหนึ่ง  ท่านเศรษฐีจำเป็นต้องไปต่างแดนหลายวัน  จะพาเมียสาวไปด้วยก็ไม่สะดวก  จะให้อยู่บ้านคนเดียวก็กลัวจะมีภัยจากโจรร้าย  จึงให้คนสวนมานอนค้างที่บ้านให้เป็นเพื่อนของภรรยา
ภรรยาสาวของเศรษฐีเห็นหน้าหนุ่มคนสวนก็มีใจรักใคร่  ตัวเองก็ยังสาวและสวยอยู่  ชายหนุ่มก็แข็งแรง  ผิดกับท่านเศรษฐีที่มีอายุมากแล้ว  ดังนั้นภรรยาเศรษฐีจึงพยายามยั่วยวนให้ชายหนุ่มหลงใหล  แต่ชายหนุ่มไม่เล่นด้วย ที่สุดก็วางแผนให้ชายหนุ่มมากินข้าวในบ้าน  โดยอ้างเหตุผลสารพัดและมีการดื่มเหล้าด้วย  เพื่อต้องการให้ชายหนุ่มเมาขาดสติ  ก็ได้ช่องสบโอกาสยั่วยวนให้ชายหนุ่มหลงไหล  เพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศของตน
ฝ่ายเศรษฐีมีความคิดถึงเมียสาวว่าจะอยู่อย่างไร  จึงกลับมาที่บ้านอย่างเงียบๆ  เพื่อไม่ต้องการให้ใครรู้  เศรษฐีได้แอบดูพฤติการณ์ของเมียสาวโดยตลอด
ข้างเมียสาวจะยั่วยวนอย่างไรก็ไม่เป็นผล  ที่จะทำให้ชายหนุ่มตกบ่วงเสน่หาของตนได้  แม้ชายหนุ่มจะดื่มเหล้าไป  แต่ยังมีสติพอที่จะไม่ล่วงเกินภรรยาสาวของเศรษฐี  พยามยามอดทนอดกลั้นจนรอดจากการทำผิดศีลกาเมฯได้
เศรษฐีแอบดูอยู่จนมั่นใจว่า  ชายหนุ่มผู้นี้อย่างไรเสียก็ไม่ยอมเป็นชู้กับภรรยาของตนได้  จึงกลับไปติดต่อการค้าให้สำเร็จเรียบร้อย  เมื่อเสร็จภารกิจแล้วจึงกลับมาบ้านด้วยความสุข  ชาวบ้านต่างซุบซิบนินทาว่าท่านเศรษฐีถูกสวมเขา  ภรรยามีชู้กับชายหนุ่มคนสวน  เศรษฐีจึงเรียกให้ทุกคนมาพร้อมหน้ากัน  และเริ่มไต่สวนความจริงทั้งหมด  ภรรยายอมรับว่าทำจริงแต่ไม่สมหวังเพราะชายหนุ่มใจแข็งมาก  ส่วนชายหนุ่มก็รับว่าจริงตามคำของภรรยาเศรษฐี
                   เศรษฐีถามชายหนุ่มว่า  ทำไมจึงไม่คิดที่จะลวนลามภรรยาของข้าบ้าง  นางมีอะไรไม่ดีตรงไหนเหรอ  หรือว่าเจ้าไม่มีน้ำยา  ชายหนุ่มตอบไปว่า  ข้าพเจ้าเป็นคนสวนบางครั้งต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิตบ้าง  บางครั้งก็ดื่มเหล้า  ทำให้ศีลของข้าพเจ้าไม่บริสุทธิ์  เรื่องลักเล็กขโมยน้อยข้าพเจ้าไม่เคยทำ  เรื่องโกหกข้าพเจ้าไม่เคยพูด  คำหยาบก็พูดอยู่บ้างเพราะพูดไม่ค่อยเป็น  เพราะข้าพเจ้าเป็นคนบ้านนอกไม่ค่อยได้เรียนหนังสือ  แต่ข้าพเจ้าก็ไม่เคยทำผิดลูกเมียใคร  แม้จะดื่มเหล้าแต่ไม่เคยเมาควบคุมสติไม่ได้  ข้าพเจ้ายึดศีลข้อกาเมฯนี้ตลอดชีวิต
                   เศรษฐีกล่าวว่าข้าเชื่อถือเจ้า   เพราะข้าเคยกลับบ้านมาและแอบดูการกระทำของพวกเจ้าโดยตลอด  ประเสริฐนักที่จะมีชายหนุ่มถูกยั่วยวนถึงขนาดนี้แล้วยังทนอดกลั้นอยู่ได้  แล้วท่านเศรษฐีก็แบ่งทรัพย์สมบัติให้จำนวนหนึ่งแก่ชายหนุ่มคนนั้น
 นี่ผลของการรักษาศีลบริสุทธิ์แม้เพียงข้อเดียวก็ยังทำให้ชายหนุ่มมีอนาคตที่ดีขึ้น  ถ้ารักษาได้หลายข้อก็ยิ่งทวีคูณไปอีก  ผู้อ่านที่มีความเข้าใจในเรื่องศีลข้อกาเมฯละเอียดยิ่งขึ้นก็ช่วยนำไปเผยแพร่ความรู้นี้ออกไปให้มากๆ  สังคมจะได้ดีขึ้นมาบ้าง  ถ้าทุกคนช่วยกัน  โดยเฉพาะการเริ่มต้นจากครอบครัว  พ่อแม่สอนลูกให้รู้จักหลักธรรมที่ถูกต้องแท้จริง  จะได้ช่วยไม่ให้ลูกๆต้องตกนรกเพราะความเข้าใจผิดหลงผิดอย่างทุกวันนี้  กิเลสตัณหานำมาซึ่งความทุกข์มาให้

ไม่มีความคิดเห็น: